เบลเยียมต้องเล่นด้วยผู้เล่นสิบคนในช่วงท้ายและทำได้เพียงเสมออิหร่าน 0-0 แม้จะครองบอลและสร้างแรงกดดันมากกว่า แต่อาลีเรซา ไบรันวานด์ ผู้รักษาประตูอิหร่านช่วยป้องกันจังหวะสำคัญหลายครั้ง ทำให้การแข่งขันในกลุ่ม G ยังเปิดกว้าง
เบลเยียมครองเกมแต่สร้างโอกาสชัดเจนไม่พอ
ทีมยุโรปควบคุมบอลได้มากกว่าในครึ่งแรก แต่การขึ้นเกมค่อนข้างช้าและจังหวะสุดท้ายไม่ต่อเนื่อง โรเมลู ลูกากูถูกปิดพื้นที่หน้าเขตโทษ ทำให้เบลเยียมต้องพึ่งการยิงจากแนวสองและการเปิดบอลด้านข้าง
ไบรันวานด์เป็นกำแพงสำคัญของอิหร่าน
ผู้รักษาประตูอิหร่านออกมาตัดบอลและเซฟจังหวะระยะใกล้หลายครั้ง โดยเฉพาะโอกาสของมักซิม เดอ คูเปอร์ในครึ่งหลัง ฟอร์มของเขาช่วยให้แนวรับอิหร่านรักษาความมั่นใจแม้ถูกกดดันต่อเนื่อง
ใบแดงของเอ็นกอยเปลี่ยนสมดุลเกม
นาธาน เอ็นกอยถูกไล่ออกในนาทีที่ 66 หลังเสียบอลและดึงเมห์ดี ตาเรมีที่กำลังหลุดเดี่ยว เบลเยียมต้องปรับโครงสร้างเกมรับ แต่ยังคงพยายามบุก ขณะที่อิหร่านไม่สามารถใช้ความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นสร้างประตูได้
กลุ่ม G ยังไม่มีทีมใดหนีออกไป
เบลเยียมและอิหร่านต่างมีสองคะแนน ทำให้เกมสุดท้ายของกลุ่มมีความสำคัญมาก ทุกทีมยังต้องพึ่งผลของตัวเองและผลอีกคู่เพื่อแย่งตำแหน่งผ่านเข้ารอบ
- ไบรันวานด์เซฟหลายจังหวะและรักษาคลีนชีต
- เบลเยียมเหลือสิบคนหลังเอ็นกอยถูกไล่ออก
- ทั้งสองทีมมีสองคะแนนก่อนเข้าสู่นัดสุดท้าย
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ
บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานการแข่งขันและข้อมูลทางการ โดยไม่คัดลอกข้อความต้นฉบับ