อิรักกลับสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับจากปี 1986 ขณะที่นอร์เวย์ยุติการรอคอย 28 ปี เกมนี้จึงมีทั้งความกดดันและความตื่นเต้น โดยนอร์เวย์มีแนวรุกระดับสูง ส่วนอิรักมีวินัยและพลังใจจากเส้นทางคัดเลือกที่ยาวนาน
ความพร้อมของอิรัก
อิรักมีผู้เล่นสำคัญอย่างอายเมน ฮุสเซนในแดนหน้า อาเมียร์ อัล อัมมารีคุมจังหวะแดนกลาง และอาลี จาซิมเป็นตัวสร้างสรรค์เกมจากพื้นที่ด้านข้าง
โครงสร้างที่เป็นไปได้คือการยืนบล็อกกลาง ลดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ และใช้บอลยาวหรือการสวนกลับโจมตีพื้นที่หลังแนวรับนอร์เวย์
ความพร้อมของนอร์เวย์
นอร์เวย์ผ่านรอบคัดเลือกด้วยผลงานสมบูรณ์แบบ โดยมีเออร์ลิง ฮาลันด์เป็นจุดจบสกอร์และมาร์ติน โอเดการ์ดเป็นผู้สร้างเกม
ทีมยังมีอันโตนิโอ นูซา, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ และออสการ์ บ็อบบ์ ช่วยเพิ่มความหลากหลาย ทำให้คู่แข่งไม่สามารถป้องกันเพียงฮาลันด์คนเดียวได้
จุดปะทะทางแท็กติก
อิรักต้องควบคุมพื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กและฟูลแบ็ก เพราะฮาลันด์ถนัดโจมตีช่องว่างและใช้ความเร็วในจังหวะแรก ส่วนโอเดการ์ดจะพยายามหาพื้นที่ด้านขวาเพื่อจ่ายบอลตัดแนวรับ
โอกาสของอิรักอยู่ที่การเล่นลูกตั้งเตะและการสวนกลับ หากนอร์เวย์ดันผู้เล่นขึ้นสูงมากเกินไป พื้นที่ด้านหลังอาจเปิดให้ผู้เล่นริมเส้นของอิรักใช้ความเร็ว
มุมมองและสกอร์ที่คาด
นอร์เวย์เหนือกว่าด้านคุณภาพเฉพาะตัวและความต่อเนื่องของเกมรุก แต่อิรักมีแรงจูงใจสูงและสามารถทำให้เกมอึดอัดได้หากรักษาสกอร์ช่วงต้น
มุมมองก่อนเกม: นอร์เวย์มีโอกาสชนะมากกว่า แต่ต้องระวังลูกตั้งเตะและไม่ปล่อยให้เกมเปิดมากเกินไป