เยอรมนีเริ่มทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะขาดลอย 7-1 แต่เกมนี้ไม่ได้มีเพียงภาพของทีมเต็งที่เหนือกว่า เพราะกือราเซายังสร้างช่วงเวลาประวัติศาสตร์ด้วยประตูแรกของชาติในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
สรุปเหตุการณ์สำคัญของเกม
เฟลิกซ์ เอ็นเมชาเปิดสกอร์ตั้งแต่นาทีที่ 6 ซึ่งเป็นประตูที่เร็วที่สุดของทัวร์นาเมนต์ในเวลานั้น กือราเซาตอบโต้ด้วยประตูตีเสมอของลิวาโน โคเมเนนเซียในนาทีที่ 21 ก่อนเยอรมนีเร่งจังหวะและทำประตูเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
นิโก ชล็อตเทอร์เบ็ค, จามาล มูเซียลา, นาธาเนียล บราวน์ และเดนิซ อุนดาฟมีชื่อบนสกอร์บอร์ด ขณะที่ไค ฮาแวร์ตซ์ทำสองประตู ช่วยให้ทีมของยูเลียน นาเกิลส์มันน์จบเกมด้วยผลต่างถึงหกลูก
ทำไมเยอรมนีสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง
จุดเด่นสำคัญคือการยืนกว้างเพื่อดึงแนวรับกือราเซาออกจากพื้นที่กลาง ก่อนใช้การสอดของกองกลางและฟูลแบ็กโจมตีช่องว่างด้านใน เยอรมนียังหมุนบอลเร็วเมื่อคู่แข่งเสียรูป ทำให้แนวรับต้องตัดสินใจระหว่างตามผู้เล่นหรือรักษาพื้นที่
การเพรสหลังเสียบอลช่วยให้เยอรมนีเริ่มเกมรุกระลอกใหม่ได้ใกล้กรอบเขตโทษ หลายจังหวะจึงไม่ต้องเซตเกมจากแดนหลังและสามารถโจมตีแนวรับที่ยังจัดตำแหน่งไม่สมบูรณ์
ประตูประวัติศาสตร์ของกือราเซา
แม้ผลการแข่งขันขาดลอย แต่ประตูของโคเมเนนเซียมีความหมายอย่างมาก เพราะเป็นประตูแรกของกือราเซาในฟุตบอลโลก และเกิดขึ้นในวันที่ชาติขนาดเล็กที่สุดทั้งด้านพื้นที่และประชากรที่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ลงสนาม
ดิก อัดโฟกาตยังกลายเป็นโค้ชอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกด้วยวัย 78 ปี การประเดิมสนามจึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าตัวเลขบนสกอร์บอร์ดเพียงอย่างเดียว
ผลต่อสถานการณ์กลุ่ม E
เยอรมนีเก็บสามคะแนนพร้อมผลต่างประตูได้เสียที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจมีความสำคัญเมื่อเข้าสู่ช่วงตัดสินอันดับ ส่วนกือราเซาต้องปรับระยะห่างระหว่างแนวรับและแดนกลางก่อนพบเอกวาดอร์
- เยอรมนีมีการเคลื่อนที่หลายชั้นและลงโทษทุกครั้งที่แนวรับเสียรูป
- การเพรสหลังเสียบอลทำให้เกมรุกของเยอรมนีต่อเนื่อง
- กือราเซาแพ้ขาดแต่ได้ช่วงเวลาประวัติศาสตร์จากประตูแรกในฟุตบอลโลก